ฝากครรภ์ ควรเริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เมื่อไร? ขั้นตอนการฝากครรภ์ - ฟันน้ำนมดอทคอม

ฝากครรภ์ ควรเริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เมื่อไร? ขั้นตอนการฝากครรภ์มีอะไรบ้าง

ฝากครรภ์ ฟันน้ำนม2

ฝากครรภ์ 

ฝากครรภ์ ควรเริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เมื่อไร? ขั้นตอนการฝากครรภ์มีอะไรบ้าง เป็นคำถามที่คุณแม่ทั้งหลายสอบถามกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ทางทีมงานฟันน้ำนมดอทคอมจะมาให้คำตอบกันนะคะ

ควรเริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เมื่อไร?

สามารถเริ่มฝากครรภ์ได้ตั้งแต่ทราบว่า “ตั้งครรภ์” และโดยทั่วไปไม่ควรเกิน 3 เดือนนับจากวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ยิ่งคุณแม่ฝากครรภ์เร็วเท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวคุณแม่เองและลูกในครรภ์ เนื่องจากคุณแม่จะได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด หากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยในการตั้งครรภ์ของคุณแม่ และลูกจะได้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

ฝากครรภ์ ที่ไหนดี?

ขอแนะนำว่า ควรฝากครรภ์โรงพยาบาลที่คุณแม่สะดวก คือ ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน เพราะถ้าเกิดปวดท้องใกล้คลอด จะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลได้ทันเวลา หากไม่ทราบว่าจะเลือกโรงพยาบาลไหนดี อาจจะสอบถามจากคนรู้จัก เพื่อน ญาติพี่น้อง เพื่อแนะนำโรงพยาบาลในการฝากครรภ์ก็ได้

ฝากครรภ์ มีขั้นตอนในการตรวจอย่างไร?

เมื่อคุณแม่เริ่มฝากครรภ์กับแพทย์ แพทย์จะทำการเช็คประวัติ และตรวจสุขภาพของคุณแม่โดยละเอียด (รายละเอียดในการตรวจอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์นะคะ) ทางเว็บไซต์ขอนำเสนอขั้นตอนการตรวจแบบคร่าวๆ ดังนี้คะ

1. ซักประวัติ แพทยจะสอบถามเกี่ยวกับการขาดประจำเดือนครั้งสุดท้าย อาการแพ้ท้อง ประวัติการเจ็บป่วยของคุณแม่และคนในครอบครัว ประวัติการแพ้ยา เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลครรภ์และการคลอดของคุณแม่

2. ชั่งน้ำหนัก เพื่อตรวจสอบว่าน้ำหนักของคุณแม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกคุณแม่ส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้ท้อง ทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพราะเมื่อคุณแม่มีอาการแพ้ท้องลดลงน้ำหนักตัวจะเริ่มเพิ่มขึ้น

3. วัดส่วนสูง การวัดส่วนสูงของคุณแม่ แพทย์สามารถนำส่วนสูงมาวิเคราะห์ถึงลักษณะของเชิงกรานคุณแม่ได้

4. วัดความดันโลหิต ในช่วงการตั้งครรภ์ความดันโลหิตของคุณแม่อาจเพิ่มขึ้นลดลงได้บ้าง แต่ถ้าหากความดันโลหิตขึ้นมากเกินไป จะเป็นสิ่งที่ไม่ดี อาจมีสาเหตุมาจากคุณแม่มีความกังวลและเครียดมากเกินไป

5. ตรวจปัสสาวะ การตรวจปัสสาวะของคุณแม่ แพทย์สามารถนำไปวิเคราะห์เกี่ยวกับโรคเบาหวาน นอกจากนั้นยังตรวจว่ามีโปรตีนหรือไม่ ถ้าหากตรวจพบโปรตีน มีความเป็นไปได้ว่าไตอาจทำงานผิดปกติ และถ้าตรวจเจอโปรตีนในช่วงหลังๆ ของการตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดครรภ์เป็นพิษได้

6. ตรวจเลือด เพื่อหากรุ๊ปเลือดของคุณแม่ และกรุ๊ป Rh นอกจากนั้นยังตรวจหาภาวะโลหิตจาง (ซึ่งการตรวจหาภาวะโลหิตจาง จะตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ครบ 32 สัปดาห์) การตรวจเลือดยังสามารถตรวจวิเคราะห์โรคหัด-เยอรมัน โรคเอดส์ และโรคซิฟิลิสได้

7. ตรวจภายใน เพื่อตรวจหาเซลล์ปากมดลูกว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก

เมื่อแพทย์ทำการตรวจเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะคำนวณวันคลอด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนของคุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งอาจให้ยาบำรุง และวิตามินที่จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์

การพบแพทย์ในระหว่างฝากครรภ์ 

อายุครรภ์ ระยะเวลาในการพบแพทย์
28 สัปดาห์แรก ทุก 4 – 6 สัปดาห์
28 – 36 สัปดาห์ ทุก 2 – 4 สัปดาห์
36 สัปดาห์จนคลอด ทุก 1 – 2 สัปดาห์

ฝากครรภ์ ฟันน้ำนม

อ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติมคลิกที่นี่

เรียบเรียงข้อมูลโดย…ฟันน้ำนมดอทคอม

เอกสารอ้างอิง :

1. นริศรา วิเศษพงศา. คู่มือคุณแม่มือใหม่. พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : นานาสำนักพิมพ์, 2555. หน้า 52 – 59.

2. รวบรวมเนื้อหาจากเว็บไซต์ต่างๆ

ที่มาของภาพประกอบ : 

1. https://www.flickr.com/photos/115089924@N02/16256199615

2. https://www.flickr.com/photos/115089924@N02/16070083419

2 Comments

  1. Leontine

    สิงหาคม 4, 2018 at 23:16

    Thankyou for this marvelous post, I am glad I found this website on yahoo.

  2. Pingback: wuit54ynmet9c8netv85cv3ev5e5

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น